Language Thai Site English Site
 
 
 แบบสำรวจความพึงพอใจของผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์
พอใจ
ไม่พอใจ

 
มุมสุขภาพ
มุมสิ่งแวดล้อม
มุมแปลงหน่วย
มุมความปลอดภัย
 
 
The Six Branches Provide Services
 
QR CODE
 

ผวา"โรคกุ้งตายด่วน" ประมงสั่งเฝ้าระวังเข้ม/เตือนผู้เลี้ยงสงสัยป่วยเร่งแจ้งตรวจสอบ

 
   ดร.วิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมามีรายงานการระบาดโรค Early mortality syndrome (EMS) หรือที่มีผู้เรียกว่า "กุ้งตายก่อนวัยอันควร" หรือ "กุ้งตายด่วน" ระบาดในเวียดนามและมาเลเซีย ทำให้กุ้งที่เลี้ยงในฟาร์มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งกรมประมงเกรงจะมีการระบาดมาถึงประเทศไทย จึงมีการเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบการเกิดโรค EMS ในกุ้งขาวแวนนาไมมาอย่างต่อเนื่อง และพบว่า ฟาร์มเลี้ยงกุ้งแถบภาคตะวันออกมีการตายของกุ้งที่คล้ายกับโรค EMS คือ มีการตายภายใน 20-30 วัน หลังปล่อยลูกกุ้งลงบ่อ โดยช่วงแรกกุ้งในบ่อจะไม่แสดงอาการผิดปกติอย่างเด่นชัด แต่จะมีอาการว่ายน้ำเฉื่อย เซื่องซึม กินอาหารลดลง เปลือกนิ่มและมีสีเข้มขึ้น จากนั้นจะเริ่มพบกุ้งตายในก้นบ่อ ก่อนจะพบซากกุ้งลอยขึ้นมา และทยอยตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งตายสูงถึง 100% ภายใน ระยะเวลาประมาณ 30 วัน
   ทั้งนี้จากการตรวจวินิจฉัยกุ้งที่ป่วยตาย ในเบื้องต้นตรวจไม่พบเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคกุ้งที่พบอยู่ในปัจจุบัน เช่น ไวรัสตัวแดงดวงขาว ไวรัสหัวเหลือง แต่พบเชื้อแบคทีเรีย กลุ่มวิบริโอในตับและตับอ่อนของกุ้งที่ป่วย อย่างไรก็ตามเมื่อนำเชื้อแบคทีเรียไปทดสอบผลที่แสดงออกมายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคได้ ดังนั้น จึงยังไม่อาจสรุปถึงสาเหตุที่แน่ชัดว่า เกิดจากเชื้อโรค ชนิดใหม่หรือไม่ หรือเป็นเพราะพันธุ์กุ้งอ่อนแอ หรืออาหารมีการปนเปื้อน หรือสภาพแวดล้อม ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ หรือแม้แต่การจัดการบ่อที่ไม่ดีก็อาจเป็นได้
   อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาทและเป็นการป้องกันไม่ให้โรคแผ่ขยายไปใน วงกว้าง กรมประมงมีข้อแนะนำดังนี้ 1.ควรมีการเตรียมบ่อที่ดี กำจัดสารอินทรีย์ก้นบ่อและตากบ่อให้แห้ง ฆ่าพาหะและเชื้อในบ่อ เช่น คลอรีนและไอโอดีน 2.ควรมีบ่อพักน้ำ และฆ่าเชื้อในน้ำก่อนนำมาใช้เลี้ยงกุ้ง 3.คัดเลือกลูกกุ้งที่มีคุณภาพดี แข็งแรง ผ่านการตรวจสุขภาพทั่วไปและมีผลยืนยันว่าปลอดเชื้อไวรัสที่เป็นอันตราย 4.ไม่ปล่อยกุ้งลงเลี้ยงหนาแน่นเกินไป เพราะจะทำให้ควบคุมและจัดการบ่อได้ยาก 5.มีการจัดการอาหารที่ดี ใช้อาหารที่มีคุณภาพดี และไม่ควรเร่งการเจริญเติบโตของกุ้งโดยให้อาหารปริมาณมากเกินไป 6.ควบคุมคุณภาพน้ำให้ดีอยู่เสมอ และควบคุมอุณหภูมิของน้ำไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน 7.กรณีเกิดโรคหรือมีอาการที่น่าสงสัย ควรรีบส่งตัวอย่างกุ้งให้หน่วยงานของกรมประมงตรวจวินิจฉัย 8.หาก เกิดโรคต้องทำการฆ่าเชื้อกุ้งและน้ำในบ่อที่เกิดโรค โดยใส่คลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อทิ้งไว้อย่างน้อย 14 วัน ก่อนปล่อยน้ำทิ้งออกสู่แหล่งน้ำภายนอก
 ที่มา : แนวหน้า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

0 0 0 2 1 4 8 6 9 7
0 0 0 1 3 8 9 9 3 7 1